ศิริราชเชิญชวนอบรมเชิงปฏิบัติการ The 3rd medical laboratory conference เรื่อง “ Modern Laboratory in Medicine 2019: How and Why วันที่ 22 และ 23 สิงหาคม 2562 นี้

2019-06-04 20:21:05 By Admin |  187    0    0

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ
The 3rd medical laboratory conference เรื่อง “ Modern Laboratory in Medicine 2019: How and Why ” -วันที่ 22 และ 23 สิงหาคม 2562 เวลา 8.0016.00 น.
ณ.โรงแรม SD Avenue ถนนปิ่นเกล้าฯ กรุงเทพมหานคร


1. หน่วยงานที่รับผิดชอบ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล


2. หลักการและเหตุผล การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการนับว่ามีส่วนสำคัญในการช่วยวินิจฉัยโรคของแพทย์ นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัตกิารได้มีการพัฒนาขึ้นตามลำดับตามความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ทั้งในการตรวจวิเคราะห์ประเภทการตรวจวิเคราะห์แบบ routine work และการตรวจวิเคราะห์แบบพิเศษ (special test) ซึ่งต้องใช้ทักษะ และเครื่องมือพิเศษเพิ่มขึ้น และการตรวจวิเคราะห์ประเภทนี้มักไม่มีในห้องปฏิบัติการทั่วๆไป เพราะการตรวจวิเคราะห์ประเภทนี้บุคลากรที่ปฏิบัติการครวจวิเคราะห์ ต้องได้รับการฝึกอบรม เป็นระยะเวลานานจนมีความรู้ความชำนาญ สามารถทำการตรวจวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ สามารถนำผลการตรวจวิเคราะห์ไปใช้ในการวินิจฉัยโรคได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าบุคลากรที่ปฏิบัติงานการตรวจวิเคราะห์จึงต้องมีความรู้ ความเข้าใจทั้งในด้านวิชาการ เหตุผลความจำเป็นในการตรวจวิเคราะห์ การแปลผลการตรวจ อีกทั้งยังต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเทคนิควิธีการตรวจวิเคราะห์อีกด้วย ภาควิชาอายุรศาสตร์ซึ่งมีห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทั้งประเภท routine และ special test ตระหนักและเล็งเห็นว่าบุคลากรห้องปฏิบัติการโดยทั่วไปยังขาดความรู้และประสบการณ์ในการตรวจวิเคราะห์ดังกล่าวอยู่มาก จึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง Modern Laboratory in Medicine 2019 : How and Why ซึ่งเป็นการจัดอบรมครั้งที่ 3 โดย 2 ครั้งที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ในการอบรมในครั้งนี้นอกจากจะมีวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้ความเข้าใจ ในการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการทั้งการทดสอบประเภท routine และ special test ให้สามารถนำไปปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ได้เองตามสถานพยาบาลที่ตนเองสังกัดแล้ว โดยหากห้องปฏิบัติการใดไม่สามารถนำไปปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์เองได้ เนื่องจากขาดความชำนาญ หรือเครื่องมือในการตรวจวิเคราะห์และจำเป็นต้องส่งสิ่งส่งตรวจมาตรวจที่ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลศิริราช การอบรมครั้งนี้ยังมีการให้ความรู้เรื่องประเภทสิ่งส่งตรวจ การเตรียมสิ่งส่งตรวจที่ถูกต้อง เพื่อให้การตรวจวิเคราะห์มีผลที่เที่ยงตรง แม่นยำ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องอีกด้วย
 

3. วัตถุประสงค์
3.1 ผู้เข้าร่วมอบรมได้ทบทวนและเพิ่มพูนความรู้และแนวทางในงานตรวจวิเคราะห์พื้นฐานทางห้องปฏิบัติการ ในผู้ป่วยโรคต่างๆของอายุรศาสตร์ เช่น โรคเลือด โรคติดเชื้อ โรคไต โรคทางระบบประสาท รวมทั้งโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นประเด็น/ปัญหาที่พบในการปฏิบัติงานจริง ทั้งการตรวจวิเคราะห์ประเภท routine และ special test

 

3.2 ให้ความรู้และวิทยาการที่ทันสมัย ครบถ้วนทั้งสาเหตุของโรค เทคนิคและการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นต้องใช้ในการช่วยวินิจฉัยโรค รวมทั้งการแปลผลเบื้องต้นที่ได้จากการตรวจวิเคราะห์ และอาจนำไปประยุกต์ใช้ 

3.3 ผู้ปฏิบัติงานสามารถเลือกและประยุกต์ใช้แนวทางในการตรวจวิเคราะห์ต่างๆ ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ภายใต้เงื่อนไขหรือสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่

3.4. ให้ความรู้เรื่องการเตรียมสิ่งส่งตรวจ ประเภทสิ่งส่งตรวจ เพื่อนำส่งมายังโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากและมีผลทำให้การตรวจวิเคราะห์มีความถูกต้องแม่นยำ
 

4. เนื้อหาโดยสังเขป
เป็นการบรรยายความรู้ วิทยาการทักษะที่สำคัญและประเด็นที่ควรรู้ในการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว เหมาะสม และทันสมัย โดยมีรูปแบบการนำเสนอเป็นการบรรยาย และการอบรมเชิงปฏิบัติการโดยอาจารย์และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ/ชำนาญการพิเศษ จากห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์

 

5. กิจกรรมในการดำเนินงาน
กิจกรรมบรรยายทางวิชาการและฝึกการปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์และอ่านผลรวมถึงการควบคุมคุณภาพทางห้อง ปฏิบัติการ รวม 2 วัน โดยวิทยากรเป็นคณาจารย์ จากภาควิชาอายุรศาสตร์ และ ผู้เชี่ยวชาญ/ชำนาญการพิเศษ จากห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์

 

6. กลุ่มเป้าหมาย
ผู้เข้ารับการอบรมเป็นนักเทคนิคการแพทย์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้ปฏิบัติงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ และบุคลากรทางห้องปฏิบัติการผู้ปฏิบัติงานด้านการตรวจวิเคราะห์ ทั้งบุคลากรภายในและภายนอก

 

7. จำนวนผู้เข้ารับการอบรม 150-200 คน


8. อัตราค่าลงทะเบียน คนละ 2,000 บาท ทั้งบุคลากรภายในและภายนอก
2E323814-D532-464E-B3EF-E582EBAD9FA7.jpg630092A3-FCB5-4D24-9DC3-FB86201A24ED.jpg162C49E1-6A24-47D7-A396-545731DBB530.jpg

Copyright © 2009-2019 สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย
Web counter : 3260 (Online : 7)